ประตูตอกย้ำชัยชนะของ เชก ซาบาลี ทำให้อังกฤษต้องพบกับความพ่ายแพ้อันน่าหดหู่ต่อเซเนกัล
โธมัส ทูเคิล ต้องการรอยยิ้ม ต้องการเห็นการตอบสนองหลังจากฟอร์มอันจืดชืดในเกมกับอันดอร์รา ที่บาร์เซโลนาเมื่อวันเสาร์ แม้จะชนะไป 1-0 ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกก็ตาม แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นเพียงรอยย่นบนหน้าผาก สิ่งให้ต้องขบคิดมากมายในช่วงซัมเมอร์ที่อาจยาวนาน และเสียงโห่จากแฟนบอลที่ดังกระหึ่ม
ช่วง 25 นาทีสุดท้ายของเกม อังกฤษ แสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาและบุคลิกในเกมรุกมากขึ้น หลังจากทูเคิลเปลี่ยนตัวผู้เล่นเชิงรุก โดยมอร์แกน กิ๊บส์-ไวต์ มิดฟิลด์จากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งเล่นในบ้านของตัวเอง โดดเด่นขึ้นมา เอเบเรชี เอเซ ซึ่งออกสตาร์ตเป็นตัวจริงก็เล่นได้ดี มอร์แกน โรเจอร์ส ถูกส่งลงมาแทนแฮร์รี เคน ผู้ยิงประตูขึ้นนำให้อังกฤษตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เติมความเร็วและพลังให้ทีม
แต่ปัญหาคือ ตอนนั้น เซเนกัล ขึ้นนำ 2-1 ไปแล้ว พวกเขาเล่นไปรอบ ๆ และทะลุแนวรับของอังกฤษได้ง่ายเกินไป โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่เล่นได้ดีกว่ามาก ประตูตีเสมอของอิสไมลา ซาร์ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกเขาสร้างได้ แผงหลังของอังกฤษมีปัญหาชัดเจน แบ็กทั้งสองฝั่ง ไคล์ วอล์กเกอร์ และ ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี เล่นได้อย่างน่ากังวล การขึ้นเกมจากแดนหลังดูแล้วลำบากตาโดยรวม อังกฤษดูขี้กลัว ไม่กล้าเล่น
อังกฤษเกือบได้ผลเสมอจากเกมกระชับมิตรนี้ เมื่อจู๊ด เบลลิงแฮมที่ลงมาเป็นสำรอง พักบอลด้วยต้นขาแล้วซัดเข้าไปในนาทีที่ 83 หลังจากที่ลีวาย โคลวิลล์ปัดบอลจากลูกเตะมุมมาทางเขา แต่ VAR ยกเลิกประตูเพราะบอลโดนแขนส่วนบนของโคลวิลล์
ทูเคิลตัดสินใจเสี่ยง เปิดเกมรุกเต็มที่ ส่งอีวาน โทนีย์ลงมาแทนลูอิส-สเกลลี และเปลี่ยนระบบมาใช้หลังสาม แต่เซเนกัลยังคงอันตรายจากเกมสวนกลับ และเมื่ออังกฤษเปิดพื้นที่หลังมากขึ้น พวกเขาก็โดนลงโทษในช่วงทดเวลาเจ็บ เคอร์ติส โจนส์ ตัวสำรองของอังกฤษ เสียบอลให้กับอิดริสซา เกย์ จากนั้นลามีน กามารา จ่ายบอลได้อย่างแม่นยำให้ เชก ซาบาลี ตัวสำรองอีกคน ยิงปิดกล่อง
เสียงนกหวีดจบเกมดังขึ้นท่ามกลางแฟนบอลเจ้าบ้านจำนวนมากที่เดินออกจากสนาม บางคนที่ยังอยู่ตะโกนด่าด้วยความไม่พอใจ แฟนบอลคนหนึ่งตะโกนว่า “น่าอับอาย” นี่เป็นครั้งแรกที่อังกฤษแพ้ให้กับทีมจากทวีปแอฟริกา
ทูเคิลเคยบอกว่าอยากให้เซเนกัลเปิดเกมเล่น ไม่ตั้งรับแน่นแบบอันดอร์ราในระบบ 5-4-1 เขาคาดหวังให้อังกฤษยกระดับเมื่อเจอกับทีมที่แข็งแกร่งกว่า ซึ่งความเป็นจริงคือ พวกเขาทำไม่ได้
เซเนกัลมาเล่นเกมรุกอย่างกล้าแกร่งตั้งแต่ต้นเกม ตัวรุกอย่างอิลิมัน เอ็นดิอาย ฉีกลูอิส-สเกลลีทางกราบขวา แล้วลากตัดเข้ากลางหลบคอเนอร์ กัลลาเกอร์ ก่อนแทงกลับหลังให้กับนิโกลาส แจ็กสันได้ลุ้นยิง แต่ลูกยิงไปติดเซฟของดีน เฮนเดอร์สัน จังหวะนี้เป็นการตั้งโทนให้เกม
เซเนกัลเล่นได้ดีเกินคาดจนถึงจุดที่ลามีน กามารา กล้าหมุนบอลโชว์บนขอบกรอบเขตโทษตัวเอง แต่โดนเอเซแย่งบอลไปแล้วเปิดเกมโต้เร็ว ผ่านกัลลาเกอร์ถึงแอนโธนี กอร์ดอนที่ยิงตรง ๆ เอดูอาร์ เมนดี้ รับพลาด บอลกระเด็นมาเข้าทางแฮร์รี เคนที่ซ้ำเข้าไป
ครึ่งแรกของอังกฤษดูแปลก ๆ พวกเขานิ่งเกินไป ขาดการเคลื่อนที่ ขาดทางเลือกในการขึ้นเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทูเคิลอยากใช้เวลาในการปลูกฝัง แต่เขาไม่มีเวลานั้น อังกฤษพยายามต่อบอลจากแนวหลังแต่เจอเกมเพรสของเซเนกัลจนผิดพลาด หลายจังหวะพวกเขาล้มลงแล้วขอฟาวล์แบบสิ้นหวัง ดูแล้วน่าเป็นห่วง
เคนพยายามถอยต่ำเพื่อช่วยเกม แต่กอร์ดอนก็พลาดโอกาสทองในนาที 29 เมื่อยิงวืดหน้าประตูโล่งจากการเปิดเรียดของวอล์กเกอร์
เซเนกัลดูเป็นทีมที่มีรูปแบบชัดเจนและมีพลังงานมากกว่า พวกเขาสมควรได้ประตูตีเสมอ ซาร์ยิงจ่อ ๆ เข้าไปหลังจากฉีกหนีวอล์กเกอร์ได้ถึงสามหลา ในขณะที่แจ็กสันฉีกหนีเทรโวห์ ชาโลบาห์ กองหลังอังกฤษที่ลงเล่นนัดแรก แล้วเปิดบอลสุดท้ายเข้าไปให้เพื่อน
ในครึ่งหลัง ทูเคิลเรียกร้องพลังและความกล้า แต่เซเนกัลยังเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ พวกเขามีโอกาสอีกจากลูกเปิดของเอล ฮัดจิ มาลิก ดิยุฟ ที่ฮาบิบ ดิยาร์รากระโดดโหม่งข้ามคานไป
ไม่น่าแปลกใจที่เซเนกัลจะขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ลูอิส-สเกลลีโดนคูลิบาลีจ่ายบอลทะลุช่องเข้าไป แล้วดิยาร์ราหลุดเดี่ยว ก่อนยิงลอดขาเฮนเดอร์สันเข้าไป
อังกฤษพยายามฮึดกลับ กิ๊บส์-ไวต์เล่นได้ดี เอเซก็มีจังหวะล็อกหลบและจ่ายสวยให้เพื่อนยิง แต่บอลยังไปติดเซฟเมนดี้ พวกเขายังมีจังหวะที่ซาก้าได้ยิงแต่ก็ถูกเซฟอีกเช่นกัน เบลลิงแฮมเกือบจะเป็นฮีโร่ แต่สุดท้ายเป็นเชก ซาบาลีของเซเนกัลที่ตอกฝาโลง

11 มิ.ย. 2568, 11:22