สตีเว่น เจอร์ราร์ด บอกว่า เจเนอเรชันทอง ของทีมชาติอังกฤษเป็น พวกขี้แพ้ที่มีอีโก้ และเขา เกลียด การไปรับใช้ทีมชาติ พวกเราไม่ใช่ทีมเลย

สตีเว่น เจอร์ราร์ด บอกว่า เจเนอเรชันทอง ของทีมชาติอังกฤษเป็น พวกขี้แพ้ที่มีอีโก้ และเขา เกลียด การไปรับใช้ทีมชาติ พวกเราไม่ใช่ทีมเลย

หลายคนในอังกฤษยังคงทำใจไม่ได้กับความล้มเหลวของ “เจเนอเรชันทองคำ” ที่ไม่สามารถยุติความเจ็บปวดจากการไร้แชมป์ได้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด หนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูงของอังกฤษในยุคนั้น กล่าวว่า ทีมชาติอังกฤษที่เต็มไปด้วยดาวดังอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์, ไมเคิล โอเว่น, แฟรงค์ แลมพาร์ด และแกรี่ เนวิลล์ เป็น “พวกขี้แพ้ที่เต็มไปด้วยอีโก้” และขาดความเป็นทีมโดยสิ้นเชิงเจอร์ราร์ด ซึ่งเป็นอดีตกัปตัน ทีมชาติอังกฤษ และเคยลงเล่นร่วมกับนักเตะระดับตำนานหลายคน เผยว่า เขา “เกลียด” การไปเข้าแคมป์ทีมชาติ ยกเว้นเฉพาะตอนลงซ้อมและแข่งเท่านั้นแม้นักเตะชุดนั้นจะประสบความสำเร็จอย่างมากในระดับสโมสร แต่กับทีมชาติอังกฤษ พวกเขากลับล้มเหลวในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ และยังคงไม่สามารถคว้าแชมป์ใด ๆ มาตั้งแต่ปี 1966ในการพูดคุยผ่านพอดแคสต์ “Rio Ferdinand Presents” เจอร์ราร์ดกล่าวว่า ตัวตนและความเป็นคู่แข่งกันในสโมสร คือสาเหตุสำคัญที่ทีมชาติอังกฤษไม่สามารถเล่นได้ตามศักยภาพ

เขากล่าวว่า: “พวกเราทุกคนเป็นพวกขี้แพ้ที่มีอีโก้สูง ผมดูทีวีตอนนี้ เห็นคาร์รา (เจมี่ คาร์ราเกอร์) นั่งอยู่กับ พอล สโคลส์ ดูเหมือนเพื่อนรักกันมา 20 ปีแล้วผมเห็นคาร์รากับแกรี่ เนวิลล์คุยกัน เหมือนสนิทกันมานาน ทั้งที่ตอนเล่นด้วยกันมา 15 ปี ผมไม่เคยรู้สึกสนิทกับพวกเขาเลยทำไมตอนเราอายุ 20-23 ถึงไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้? เป็นเพราะอีโก้หรือเพราะการแข่งขันกันระหว่างสโมสร มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมในทีมชาติอังกฤษ พวกเราไม่เคยเชื่อมโยงกัน ไม่เคยรู้สึกว่าเราเป็นทีม ไม่เคยกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งจริง ๆ เลย" แม้จะรับใช้ชาติถึง 114 นัด แต่เจอร์ราร์ดก็ไม่เคยพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์ใหญ่เลย โดยเข้าถึงแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ (Quarter-Finals) 3 ครั้ง และแพ้จุดโทษให้โปรตุเกสถึง 2 ครั้ง

เจอร์ราร์ดยังเผยว่า เขาไม่ชอบบรรยากาศในแคมป์ทีมชาติ

“ผมเกลียดมัน ผมไม่สนุกเลย เกลียดห้องพักในโรงแรมตอนช่วงแรก ๆ ผมรู้สึกแย่มาก ๆ รู้สึกเหมือนจิตตก อยู่ในห้อง 7 ชั่วโมง จะทำอะไรดี? ไม่มีโซเชียลมีเดีย ไม่มีเครื่องเล่น DVD ทีวีก็มีแค่ช่อง 1-5 ผมรู้สึกเหงา รู้สึกตกต่ำผมชอบเกมการแข่งขัน ผมภูมิใจที่ได้เล่นให้ทีมชาติ ผมชอบการซ้อม แต่มันแค่วันละ 90 นาที แล้วก็เหลือแต่ความโดดเดี่ยวผมไม่รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของทีม ไม่รู้สึกเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมทีมแต่มันไม่เคยเป็นแบบนั้นกับลิเวอร์พูล นั่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ผมรู้สึกว่าทีมงานดูแลผมดี ทำให้ผมรู้สึกพิเศษ ผมอดใจรอไม่ไหวทุกครั้งที่จะได้ไปซ้อมกับลิเวอร์พูลแต่กับอังกฤษ ผมแค่รอเกมกับซ้อม แล้วก็อยากกลับบ้าน” ปัญหาสำคัญของอังกฤษในยุคนั้น คือ การจัดทัพนักเตะที่มีพรสวรรค์มากเกินไปในตำแหน่งเดียวกัน โดยเฉพาะในแผงมิดฟิลด์แฟรงค์ แลมพาร์ด, พอล สโคลส์ และเจอร์ราร์ด ต่างก็เป็นกองกลางระดับโลกในสโมสร แต่เมื่อมาเล่นทีมชาติ กลับถูกจับยัดลงสนามพร้อมกัน โดยไม่มีระบบที่เหมาะสมถ้าเล่นในระบบที่โค้ชส่วนใหญ่ใช้ มันควรมีคนกล้าตัดสินใจว่า วันนี้ไม่ใช่คุณนะ สตีเว่น หรือแฟรงค์ หรือสโคลซี่จับสโคลส์ไปเล่นริมเส้น จับผมหรือแฟรงค์ไปยืนตัวรับ มันลดความสามารถของเราทุกคนแต่ผมเชื่อว่าเราสามารถเล่นด้วยกันได้ ถ้าได้รับการฝึกฝนในเชิงแท็กติกให้เหมาะสม เพราะเราทุกคนมีไอคิวฟุตบอลสูง และสามารถปรับตัวเข้าหากันได้”

 

ท็อปเพล์เยอร์เจลีค

การแข่งที่น่าสนใจ