แม็คโทมิเนย์ และ ไดค์ส พลาดโอกาสยิง แต่สกอตแลนด์เก็บผลเสมอที่สมควรได้ในเดนมาร์ก

แม็คโทมิเนย์ และ ไดค์ส พลาดโอกาสยิง แต่สกอตแลนด์เก็บผลเสมอที่สมควรได้ในเดนมาร์ก

“อยากรู้จริงว่า คริสเตียน อีริคเซ่น กำลังคิดอะไรอยู่” เดนมาร์กอาจมีเหตุผลที่จะไม่เรียกมิดฟิลด์วัย 33 ปีติดทีมชุดเจอกับ สกอตแลนด์ และกรีซ เนื่องจากเจ้าตัวยังไร้สังกัด แต่ในค่ำคืนที่เจ้าบ้านพยายามบุกหนักแต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับสกอตแลนด์ที่จัดระเบียบเกมรับอย่างยอดเยี่ยมได้ คำถามที่ว่าอีริคเซ่นจะสร้างความแตกต่างให้ทีมได้หรือไม่ กลายเป็นเรื่องที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และหากยังเล่นในฟอร์มแบบนี้ เดนมาร์กคงไม่ผ่านไปเล่นฟุตบอลโลกกลางปีหน้า

ลูกทีมของสตีฟ คลาร์ก สมควรได้รับแต้มกลับบ้าน พวกเขาเพียงขาดความเฉียบคมหน้าประตู ไม่เช่นนั้นคงคว้าชัยออกจากโคเปนเฮเกนได้เลย ผู้ชนะที่แท้จริงของกลุ่มย่อยในเกมเปิดสนามนี้คือกรีซ ที่ถล่มเบลารุส 5-1 ส่วนสกอตแลนด์ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมหลังจบเกม ขณะที่ เดนมาร์ก ถูกแฟนบอลโห่ใส่

คลาร์กกล่าวว่า “มันเป็นฟอร์มการเล่นที่มีวินัย เรารู้ดีว่าจะต้องเล่นเกมรับให้เหนียวแน่น และก็ทำได้ตามนั้น เส้นทางข้างหน้ายังมีอีก 5 เกมที่ยากมาก เราไม่ได้หลงคิดว่าการไปบอลโลกมันง่าย”

เกมนี้คลาร์กทำเซอร์ไพรส์ด้วยการส่งกองหน้าคู่ เช อดัมส์ และ ลินดอน ไดค์ส ลงตั้งแต่ต้น พร้อมทั้งโยก จอห์น แม็คกินน์ จากตำแหน่งถนัดฝั่งซ้ายหรือกลาง มายืนด้านขวา ขณะที่ ราสมุส ฮอยลุนด์ ดาวยิงที่เพิ่งย้ายจากแมนฯ ยูไนเต็ดไปนาโปลีแบบยืมตัว มีชื่อแค่ตัวสำรองฝั่งเจ้าถิ่น

สกอตแลนด์เริ่มต้นแบบมีข้อผิดพลาดในการครองบอล ก่อนที่แม็คกินน์จะพลาดโอกาสทองจากลูกเตะมุมลึกของลูอิส เฟอร์กูสัน ที่เลยทุกคนมาถึงเสาสอง มิดฟิลด์แอสตัน วิลลายิงบอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย โอกาสดังกล่าวยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้ทีมเยือน อดัมส์เกือบเข้าชาร์จจากการครอสของไรอัน คริสตี้ ส่วนคริสตี้เองก็มีโอกาสซัดด้วยซ้ายแต่บอลเหินข้ามคาน

ฝั่งเดนมาร์กครองบอลได้มากในครึ่งแรก แต่ไม่ได้ทำให้แองกัส กันน์ ต้องออกแรงเซฟบ่อยนัก กันน์มีจังหวะสำคัญที่ออกมาปิดบอลก่อนแคสเปอร์ ดอลเบิร์กจะยิงได้ ก่อนพักครึ่งไม่นาน ทว่าโดยรวมแล้วเจ้าถิ่นเล่นกันเชื่องช้า คริสตี้น่าจะลงโทษได้แต่ก็โหม่งลูกเปิดของแม็คกินน์หลุดเสาไป สกอตแลนด์น่าจะพอใจกับผลงานครึ่งแรก แม้จะผิดหวังกับการจบสกอร์ก็ตาม

ครึ่งหลัง สกอตแลนด์เริ่มต้นได้ดี แม็คกินน์มีจังหวะยิงติดบล็อก โอกาสชัดเจนที่สุดคือการลากเลื้อยของ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่หลุดไปแต่โดนแคสเปอร์ ชไมเคิลใช้เท้าสกัดไว้ได้ คลาร์กน่าจะสั่งให้ลูกทีมกล้าเล่นมากขึ้น และสัญญาณแรก ๆ ก็เป็นไปตามนั้น

เดนมาร์กพยายามเร่งเกม นาที 53 ได้โอกาสดีที่สุดจาก ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ ยิงแฉลบแกรนท์ ฮานลีย์ หลุดเสาออกไป ฮานลีย์ที่มักถูกวิจารณ์เวลาเล่นทีมชาติ กลับโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมตลอดทั้งเกม

ไดค์สควรจะทำประตูให้สกอตแลนด์นำได้ก่อนครบชั่วโมง จากจังหวะทำชิ่งของอดัมส์ แต่เขากลับชะงักจังหวะจน ราสมุส คริสเตนเซ่น สกัดไว้ทัน ฝั่งเดนมาร์กเกือบลงโทษทันทีเมื่อดรายเออร์ซัดไกลเฉียดตาข่าย

สกอตแลนด์เกือบเจองานงอกเมื่อแม็กซ์ จอห์นสตัน ที่เพิ่งลงมาแทนฮิคกี้ ใช้แขนบล็อกลูกยาวของชไมเคิลที่กำลังจะทำให้บีเรธหลุดเดี่ยว แฟนเจ้าถิ่นเรียกร้องให้เป็นใบแดง แต่ผู้ตัดสินหลังเช็ก VAR ยืนยันคำตัดสินเดิมคือใบเหลือง

เดนมาร์กเปลี่ยนส่งฮอยลุนด์ลงมาแต่ก็ไม่ส่งผลอะไร ฮอยเบียร์มีโอกาสสุดท้ายของเกมแต่โหม่งตรงตัวกันน์ โค้ชไบรอัน รีเมอร์ ของเดนมาร์กยอมรับตรงไปตรงมาว่า “เราครองบอลได้มาก แต่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน”

ท็อปเพล์เยอร์เจลีค

การแข่งที่น่าสนใจ