ลูกฟรีคิกสุดยอดของ ลิโอเนล เมสซี พาอินเตอร์ ไมอามีเฉือนเอาชนะปอร์โต้ในศึกฟุตบอลสโมสรโลก

ลูกฟรีคิกสุดยอดของ ลิโอเนล เมสซี พาอินเตอร์ ไมอามีเฉือนเอาชนะปอร์โต้ในศึกฟุตบอลสโมสรโลก

เมสซีซัดฟรีคิกสุดเฉียบในนาทีที่ 54 พาอินเตอร์ ไมอามีเฉือนเอาชนะเอฟซี ปอร์โต้ 2-1 ในเกมกลุ่ม A ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

หลังจากปอร์โต้ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกจุดโทษของซามู อาเกโฮวา ในนาทีที่ 8 มาร์เซโล ไวจ์กันท์ ก็จ่ายให้ เทลาสโก เซโกเวีย ยิงประตูตีเสมอให้อินเตอร์ ไมอามีในนาทีที่ 47

อินเตอร์ ไมอามี มาได้ประตูที่สองในช่วง 10 นาทีแรกของครึ่งหลัง จากจังหวะที่เมสซีปั่นฟรีคิกผ่านนายประตูปอร์โต้ เคลาดิโอ รามอส เป็นประตูที่ 68 จากลูกฟรีคิกในอาชีพของเขา

ฟรีคิกลูกนี้ได้จากจังหวะที่โรดริโก โมราทำฟาวล์เมสซีบริเวณนอกเขตโทษกลางสนาม ก่อนที่แฟนบอลในสนามเมอร์เซเดส-เบนซ์จะตะโกนชื่อ “เมสซี! เมสซี! เมสซี!” และ ลิโอเนล เมสซี ก็ยิงด้วยเท้าซ้ายข้ามกำแพงเสียบมุมขวาบนของประตูอย่างสุดสวยในนาทีที่ 54

ทั้งสองทีมทำประตูแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ได้ในนัดนี้ โดยก่อนหน้านี้ อินเตอร์ ไมอามี เสมอกับอัล อาห์ลี 0-0 เมื่อวันเสาร์ และปอร์โต้ก็เสมอกับพัลเมรัส 0-0 เช่นกันเมื่อวันอาทิตย์

จากการตรวจสอบด้วย VAR พบว่า โนอาห์ อัลเลน ของไมอามี ทำฟาวล์ขัดขาในเขตโทษใส่เจา มาริโอ นำไปสู่การได้จุดโทษของปอร์โต้ และซามู อาเกโฮวาก็ยิงเข้า แม้จะโดนมือผู้รักษาประตู ออสการ์ อุสตารี ปัดเล็กน้อย แต่บอลก็ยังเข้าประตูในนาทีที่ 8

อาเกโฮวา วัย 21 ปี ทำไป 19 ประตูในลีกโปรตุเกสฤดูกาลล่าสุดจาก 30 นัดให้กับปอร์โต้

ไมอามีตีเสมอได้ไม่ถึง 90 วินาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง จากจังหวะที่ไวจ์กันท์เปิดบอลเข้าเขตโทษให้เซโกเวียยิงเข้าไปอย่างเด็ดขาด

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที อินเตอร์ ไมอามี ก็ขึ้นนำทันที เมื่อโรดริโก โมราทำฟาวล์เมสซี และเจ้าตัวก็ยิงฟรีคิกเข้าประตูอย่างงดงาม เป็นประตูที่พาทีมคว้าชัยเหนือปอร์โต้

อินเตอร์ ไมอามี จะกลับไปเล่นที่ฟลอริดาในวันจันทร์ โดยหากสามารถเอาชนะพัลเมรัสจากบราซิลได้ที่สนามฮาร์ดร็อก พวกเขาจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอน ขณะที่ปอร์โต้ ที่ต้องการชัยชนะอย่างยิ่ง จะลงเล่นนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มกับอัล อาห์ลี จากอียิปต์ที่สนามเมตไลฟ์ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์


แอตเลติโก มาดริด 3-1 ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส

พาโบล บาร์ริออส ยิงสองประตูช่วยแอตเลติโก มาดริด เอาชนะซีแอตเทิล 3-1 ในเกมกลุ่ม B คืนวันพฤหัสบดี ทำให้สถานการณ์ของทีมจากสเปนกลับมามีลุ้นอีกครั้ง

อักเซล วิตเซล ก็ทำประตูได้เช่นกันในเกมนี้ ช่วยให้แอตเลติโกคว้าชัยในถิ่นของซีแอตเทิล หลังจากนัดแรกพวกเขาแพ้เปแอสเช 0-4 ที่แคลิฟอร์เนีย

ชัยชนะนัดนี้ทำให้แต้มของทีม “ตราหมี” เท่ากับเปแอสเชและโบตาโฟโก ซึ่งจะลงสนามพบกันต่อในวันเดียวกัน

อัลเบิร์ต รุสนัค ยิงให้ซีแอตเทิลในครึ่งหลัง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยทีมให้อยู่รอดในการแข่งขัน โดยหากเปแอสเชไม่แพ้โบตาโฟโกในเกมต่อไป ความหวังของซาวน์เดอร์สในการเข้ารอบจะสิ้นสุดลงทันที

บาร์ริออส วัย 22 ปี ยิงประตูแรกให้ทีมขึ้นนำในนาทีที่ 11 จากจังหวะที่จูเลียโน ซิเมโอเน ลากบอลไปทางขวา หลบกองหลังแล้วตบเข้ากลางให้บาร์ริออสซัดด้วยขวาชนคานเด้งเข้าประตู

ประตูที่สองของบาร์ริออสเกิดขึ้นในนาทีที่ 55 จากการยิงวอลเลย์โล่งๆ หลังแนวรับซีแอตเทิลเคลียร์ลูกทุ่มไกลของมาร์กอส ยอเรนเต้ไม่ขาด

ก่อนหมดครึ่งแรก แอตเลติโกเคยได้จุดโทษ แต่ VAR ย้อนคำตัดสินของผู้ตัดสิน ยาเอล ฟัลคอน เปเรซ ทำให้ไม่ได้ลูกจุดโทษ

หลังพักครึ่ง ทั้งสองทีมยิงกันได้อย่างรวดเร็ว – นาทีที่ 47 วิตเซลโหม่งประตูจากระยะ 6 หลา หลังจากฟรีผลักลูกยิงของยอเรนเต้ชนคาน ส่วนในนาทีที่ 50 รุสนัคยิงตีไข่แตกให้ซีแอตเทิลจากจังหวะบอลแฉลบ


พัลเมรัส 2-0 อัล อาห์ลี

โฮเซ่ โลเปซ ยิงประตูในนาทีที่ 60 ช่วยให้พัลเมรัสจากบราซิลชนะอัล อาห์ลีจากอียิปต์ 2-0 ในเกมกลุ่ม A ที่สนามเมตไลฟ์ รัฐนิวเจอร์ซีย์

ผู้รักษาประตู เวเวอร์ตอน เซฟได้สองครั้งช่วยทีมเก็บคลีนชีต

ประตูแรกของพัลเมรัสมาในนาทีที่ 49 จากการโหม่งทำเข้าประตูตัวเองของเวสซาม อาบู อาลี หลังรับบอลฟรีคิกจากอานีบัล โมเรโน

ประตูที่สองเกิดจากลูกยิงเท้าซ้ายของโลเปซ หลังได้บอลจากการแทงทะลุของเมาริซิโอ

เกมต้องหยุดชั่วคราวในนาทีที่ 63 เนื่องจากมีพายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่

ทั้งสองทีมเสมอ 0-0 ในนัดแรกของกลุ่ม

โอกาสดีที่สุดของอัล อาห์ลีในครึ่งแรกเกิดในนาทีที่ 6 แต่ลูกยิงของอาบู อาลี หลุดออกนอกกรอบ ขณะที่เอสเตวาโอของพัลเมรัสยิงหลุดกรอบนิดเดียวในนาทีที่ 18

ราฟาเอล เวยก้า เคยโดนใบแดงจากจังหวะเสียบใส่ ซิโซ่ แต่ VAR ปรับลดเป็นใบเหลือง ส่วนอากุสติน ยาย กับฮัมดี ฟาธี และยาเฮีย อัตติยัต อัลลอฮ์ ต่างก็โดนใบเหลืองเช่นกันในช่วงท้ายครึ่งแรก

 

ท็อปเพล์เยอร์เจลีค

การแข่งที่น่าสนใจ