มาร์โก ซิลวา กุนซือฟูแล่มเดือด ปรี่เอาเรื่องผู้ตัดสินหลังลูกยิงของดาวรุ่งถูกริบในเกมพ่ายเชลซี

มาร์โก ซิลวา กุนซือฟูแล่มเดือด ปรี่เอาเรื่องผู้ตัดสินหลังลูกยิงของดาวรุ่งถูกริบในเกมพ่ายเชลซี

ความดุเดือดในศึกพรีเมียร์ลีกที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ได้อยู่เพียงในสนามแข่งขัน แต่ข้างสนามเองก็ดุไม่แพ้กัน เมื่อ มาร์โก ซิลวา ผู้จัดการทีมฟูแล่ม แสดงอาการไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการตัดสินของ โรเบิร์ต โจนส์ ผู้ตัดสินประจำเกม หลังทีมของเขาพ่ายแพ้ต่อเชลซี 0-2 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์สนั่นเกี่ยวกับการใช้ VAR ซิลวาที่ถูกจับภาพได้ว่ารอผู้ตัดสินอยู่กลางสนามในช่วงพักครึ่ง เวลานักเตะเดินออกจากสนาม เขายังคงจับมือกับลูกทีมอย่างปกติ แต่สายตากลับมุ่งไปที่โจนส์เพียงคนเดียว บรรยากาศตึงเครียดจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องเข้ามาดูแล ผู้ตัดสินส่งสัญญาณให้ซิลวาเดินเข้าห้องแต่งตัว และแม้เจ้าตัวจะยอมทำตาม แต่ก็ยังคงมีสีหน้าบึ้งตึงเต็มไปด้วยความโกรธ

ต้นเหตุของความไม่พอใจเกิดขึ้นตั้งแต่นาทีที่ 22 เมื่อ จอช คิง ดาวรุ่งวัย 18 ปี ของฟูแล่มโชว์ความนิ่งเกินวัย หลอกกองหลังแล้วตะบันประตูใส่เชลซีได้อย่างงดงาม ทั้งนักเตะและแฟนบอลทีมเยือนดีใจกันเต็มที่ แต่แล้ว VAR เข้ามาแทรกแซง ภาพช้าถูกส่งไปให้โจนส์ดูที่จอมอนิเตอร์ข้างสนาม และในที่สุดผู้ตัดสินตัดสินใจยกเลิกประตู โดยให้เหตุผลว่า โรดริโก้ มูนิซ มีจังหวะเข้าปะทะ “ประมาทเลินเล่อ” กับ เทรโวห์ ชาโลบาห์ ระหว่างการขึ้นเกม ทำให้ลูกยิงดังกล่าวถูกริบคืน การตัดสินนี้สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ในฝั่งฟูแล่ม แต่ยังรวมถึงบรรดากูรูและอดีตนักเตะชื่อดังด้วย โจ โคล อดีตแข้งเชลซี แสดงความคิดเห็นผ่าน TNT Sports ว่า “ชาโลบาห์พยายามจะเข้าแย่งบอลกลางสนาม มีการปะทะจริง แต่ไม่ถึงขั้นฟาวล์ พอเขาล้มลงไป เขาก็ไม่สามารถมีผลกับเกมได้อีกแล้ว เขาเลือกที่จะนอนต่อ ซึ่งเป็นการฉลาดเอาตัวรอด แต่ถ้าเรารักฟุตบอลจริง เราไม่ควรหยุดเกมด้วยเหตุผลแบบนี้” ด้าน คาเรน คาร์นีย์ อดีตนักเตะหญิงทีมชาติอังกฤษก็ยืนยันว่า “ลูกยิงนี้ควรถูกนับเป็นประตู การริบประตูครั้งนี้คือการทำลายช่วงเวลาสำคัญของเด็กอายุ 18 ปีที่กำลังสร้างชื่อในพรีเมียร์ลีก ทั้งที่เขาเล่นดีที่สุดในสนาม”

ขณะที่ เนดุม โอนูโอฮา อดีตกองหลังพรีเมียร์ลีก พูดผ่าน BBC Radio 5 Live ว่า “ชาโลบาห์เหมือนรอดตัวไปจากความผิด เขาแค่เลือกนอนกับพื้นแล้วผู้ตัดสินก็เชื่อ ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น” ความเจ็บปวดของฟูแล่มยังไม่หมด เมื่อเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกที่ถูกยืดออกไปถึง 9 นาที เชลซีกลับเป็นฝ่ายได้เฮ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ เปิดลูกเตะมุม และ เจา เปโดร โหม่งเข้าประตู พาเจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 แฟนบอลฟูแล่มที่เดินทางมาเชียร์ตะโกนลั่น “1-0 ให้กรรมการ” เป็นการเสียดสีการตัดสิน เข้าสู่ครึ่งหลัง ไม่นานนัก เสียงตะโกนก็กลายเป็น “2-0 ให้กรรมการ” หลังเชลซีได้จุดโทษจาก VAR อีกครั้ง คราวนี้เป็นจังหวะที่ลูกครอสของชาโลบาห์ไปโดนแขนยื่นออกมาของ ไรอัน เซสเซยง และเฟร์นานเดซก็ยิงไม่พลาด ทำให้เชลซีนำห่าง 2-0 แต่ความไม่พอใจของฟูแล่มเพิ่มขึ้นอีก เพราะภาพรีเพลย์ยังแสดงให้เห็นว่า ก่อนบอลไปโดนแขนเซสเซยงนั้น เจา เปโดร อาจจะใช้มือเล่นบอลเช่นกัน เพียงแต่ VAR ไม่ได้ย้อนดู

เมื่อถูกถามถึงจังหวะนี้ ซิลวากลับไม่โวยวายเพิ่มเติม แต่เพียงหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม เหมือนยอมรับชะตากรรมมากกว่าต่อสู้ เสียงวิจารณ์ดังไปทั่วหลังเกม หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า ฟูแล่มถูกตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม และเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนถึงการถกเถียงไม่สิ้นสุดของเทคโนโลยี VAR ที่แม้จะถูกสร้างขึ้นเพื่อความยุติธรรม แต่ก็ยังสร้างรอยด่างในเกมลูกหนังอยู่เสมอ

บทสรุป

การพ่ายแพ้ 0-2 ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ของฟูแล่มในครั้งนี้ อาจถูกจดจำไม่ใช่เพราะความเหนือชั้นของเชลซี แต่เพราะความดราม่าของการตัดสิน และภาพของมาร์โก ซิลวาที่เดือดดาลต่อผู้ตัดสินกลางสนาม การริบประตูของดาวรุ่งวัย 18 ปี และการให้จุดโทษปริศนา สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบ VAR และความรู้สึกว่าฟุตบอลบางครั้งก็ไม่ได้ตัดสินกันที่สนามเสมอไป

ท็อปเพล์เยอร์เจลีค

การแข่งที่น่าสนใจ