โธมัส ทูเคิล กำลังเล่นกับไฟ เพราะ “ทีมเบลลิงแฮม” ไม่เคยชอบให้ใครมาดูถูกหรือแขวะซูเปอร์สตาร์ที่เป็นศูนย์กลางจักรวาลของพวกเขา ตามรายงานของ CRAIG HOPE
เรื่องเริ่มจากทูเคิลชูแขนโบกไปมาอย่างตื่นเต้น พร้อมตะโกน “เซเนกัล เซเนกัล!” เลียนแบบการดีใจของทีมชาติอังกฤษที่เพิ่งชนะ หลังจากนั้นเขาก็ลดแขนลงและทำท่าทางเหมือนหุ่นเชิดที่โดนตัดเชือก คล้ายกับการสะท้อนสภาพจิตใจของ ทีมอังกฤษ ในตอนนั้น
ทูเคิล เล่าว่า “นักเตะของพวกเขาเดินเข้าห้องแต่งตัว ซึ่งอยู่ติดกับห้องของผม พวกเขาตะโกนว่า ‘เซเนกัล!’ คนต่อไปก็มาตะโกนต่อ ‘เซเนกัล!’ เคาะกล่องโน่นนี่ มันไม่ใช่เรื่องแย่เลยนะ มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาดีใจแค่ไหนกับชัยชนะ”
“ผมถามตัวเองว่า ถ้าเป็นพวกเรา ถ้าชนะเขา 3-1 เราจะฉลองแบบนี้ไหม? นักเตะจะตะโกนว่า ‘อังกฤษ!’ กันบ้างหรือเปล่า หรือเราจะบอกกันว่า ‘ใจเย็นๆ นี่แค่แมตช์กระชับมิตรนะ’ ผมคิดว่าคำตอบคือใช่ เราคงบอกว่าใจเย็น แค่กระชับมิตร”
“มันทำให้ผมเห็นว่าพวกเขาดีใจแค่ไหนเมื่อชนะ ส่วนทีมเรา ตอนนี้ยังไปไม่ถึงจุดนั้น เราตั้งความคาดหวังไว้สูง เหมือนเราขาดความสนุก ความหัวเราะ และความสุขในการเล่น ผมเห็นในตอนซ้อม แต่โดยรวมยังไม่มี”
หลังจบเกมที่สนามซิตี้ กราวนด์ ทูเคิลยืนอยู่ใต้บันไดเหล็ก เขาอาจคิดว่าได้รับทีมที่อยู่กึ่งกลางบันได แต่พอผ่านมาไม่กี่เดือน เหมือนทุกอย่างกลิ้งตกกลับไปอยู่ขั้นล่างสุด การแพ้ในน็อตติงแฮมถือเป็นแรงกระแทกอย่างแรง
แม้ทูเคิลจะพยายามสร้างขวัญกำลังใจให้ลูกทีมผ่านการให้สัมภาษณ์ในวิทยุในวันถัดไป แต่กลับกลายเป็นว่าเขาพูดถึงจู๊ด เบลลิงแฮมว่าแม่ของตัวเองถึงกับรู้สึก “ไม่ปลื้ม” กับท่าทางของเบลลิงแฮมในสนาม ซึ่งอาจสร้างปัญหาได้ เพราะ “ทีมเบลลิงแฮม” ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องศูนย์กลางของพวกเขา
ทูเคิลเองก็ยอมรับว่า ถ้าอยากคว้าแชมป์โลกปีหน้า อังกฤษขาดเบลลิงแฮมไม่ได้ ซึ่งเขาก็พูดแบบนั้นกับทาง talkSPORT เช่นกัน แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นกับว่าอังกฤษจะผ่านเข้ารอบไปอเมริกาเหนือได้หรือไม่
ในขณะที่นักข่าวเซเนกัลร้องเพลง “It’s not coming home” ประเด็นสำคัญจริงๆ คือ อังกฤษจะผ่านรอบคัดเลือกได้แน่หรือ? ยังต้องไปเยือนแอลเบเนีย ลัตเวีย เซอร์เบีย ซึ่งไม่ง่ายเลย
ทูเคิลเองยังบอกว่า “อันตรายแน่นอนถ้าคิดว่าตัวเองเข้ารอบแล้ว” ถึงแม้เขาจะแสดงความมั่นใจว่าอังกฤษจะผ่านรอบแบ่งกลุ่มและชนะกลุ่มนี้ได้ก็ตาม แต่ความรู้สึกพลังใจของทีมเมื่อเห็นทีมเซเนกัลฉลองอย่างสุดเหวี่ยง กลับเหมือนอังกฤษแพ้ตกรอบยังไงยังงั้น
เมื่อถามว่าเสื้อทีมชาติอังกฤษหนักอีกครั้งหรือเปล่า? ทูเคิลเองก็ยังไม่แน่ใจ อาจเป็นเพราะแรงกดดันจากภายในทีมและการคาดหวังสูงเกินไป
ในบรรยากาศแบบนี้ มันจึงไม่แปลกใจเลยว่าการเล่นให้อังกฤษตอนนี้ชวนให้อึดอัดเหมือนถูกขังในเตาอบ ไม่มีใครสนุกเลย
ย้อนกลับไปปี 2016 เซาธ์เกตเองก็เข้าใจดี จึงพยายามเปลี่ยนวัฒนธรรมของทีมและแฟนบอลอังกฤษ แต่ตอนนี้เสียงโห่กลับมาให้เห็นอีกแล้ว เวลาประกาศรายชื่อนักเตะ ซึ่งคงมาจากการแบ่งพรรคแบ่งพวกหรือเรื่องในอดีต
ทูเคิลกำลังเจอปัญหาเดียวกับที่ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษรุ่นก่อนๆ เจอ คือความกดดันจากภายในและภายนอก ขนาดแกเร็ธ เซาธ์เกต เวย์น รูนีย์, แกรี่ เนวิลล์, สตีเวน เจอร์ราร์ด, เดวิด เบ็คแฮม ยังเคยพูดถึงความรู้สึกเจ็บปวดเงียบๆ เวลารับใช้ชาติ
เบลลิงแฮมเองที่ตอนนี้ถือเป็นตัวจริงของเรอัล มาดริด ก็กลายเป็นคนที่ใครๆ ก็ต้องเดินตามจังหวะของเขา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย เพราะในโลกของจู๊ด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เขาต้องการ แม้แต่จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยังถูกดึงมาเป็นพี่เลี้ยงเบลลิงแฮมในทีมชาติ ซึ่งอาจกระทบความสัมพันธ์ในทีมได้
เวลานี้ ทูเคิลเองดูเหมือนจะรู้มากกว่าที่ว่าใครควรเลือกติดทีม คือรู้ว่าใคร “ไม่ควร” เลือกมากกว่า ตัวจริงที่ขาดไม่ได้ก็เหลืออยู่ไม่กี่คน เช่น พิคฟอร์ด, ไรซ์, เบลลิงแฮม และเคน แต่ก็เพราะความเก๋า ไม่ใช่ฟอร์ม
ก่อนบอลโลกอีกปี ทุกอย่างกลับไปวนลูปเดิม ทั้งเสียงโห่ ความผิดพลาด และความสับสน
ทูเคิลเองก็พูดตรงๆ ว่าหน้าที่นี้ไม่ง่าย “มันเป็นงานท้าทายมาก ผมไม่สมบูรณ์แบบเลย รู้ดีว่าต้องเจอกับอะไร สิ่งสำคัญคือต้องใจเย็น และต้องร่วมแรงร่วมใจกัน”
อาจเป็นครั้งแรกที่ทูเคิลดูและพูดเหมือนผู้จัดการทีมชาติอังกฤษจริงๆ แม้จะเป็นเยอรมันที่ไม่ได้เจ็บปวดกับประวัติศาสตร์ทีมเราโดยตรง เขามาที่นี่เพื่อสร้างอนาคตของอังกฤษ เพื่อโบกแขนตะโกนเพื่ออังกฤษ ไม่ใช่เซเนกัล

12 มิ.ย. 2568, 09:43