เดือดกลางสนาม! เดอ บรอยน์ แสดงอาการไม่พอใจ คอนเต้สวนทันควันหลังเกมนาโปลีแพ้มิลาน
กลายเป็นประเด็นร้อนในศึกกัลโช่ เซเรีย อา เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับนาโปลีในช่วงซัมเมอร์ แสดงอาการไม่พอใจหลังถูกเปลี่ยนตัวออกกลางเกมนัดที่ทีมบุกไปพ่ายให้กับเอซี มิลาน 1-2 ที่ซานซิโร เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนดัง ก็ออกมาตอบโต้ด้วยถ้อยคำตรงไปตรงมาไม่แพ้กัน เกมดังกล่าว มิลานออกนำไปก่อน 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก จากผลงานของ อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส และคริสเตียน พูลิซิช ก่อนที่นาทีที่ 60 นาโปลีจะได้โอกาสทอง เมื่อเพอร์วิส เอสตูปิญาน ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามเพราะไปดึงโจวานนี ดิ ลอเรนโซ่ ในจังหวะกำลังจะยิงประตู เดอ บรอยน์ รับหน้าที่สังหารจุดโทษไม่พลาด ไล่มาเป็น 1-2 และปลุกความหวังให้ทีม
อย่างไรก็ตาม เพียงสิบกว่านาทีถัดมา คอนเต้ตัดสินใจทำการเปลี่ยนตัวพร้อมกันสามคน โดยหนึ่งในนั้นคือการถอดเดอ บรอยน์ออกในนาทีที่ 72 ส่งเอลยิฟ เอลมาสลงมาแทน พร้อมกับสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์และราสมุส ฮอยลุนด์ ที่ถูกเปลี่ยนออกเช่นกันเพื่อให้โอกาสดาวิด เนเรส และลอเรนโซ่ ลุกก้า ลงสนามแทน ภาพที่หลายคนเห็นคือ เดอ บรอยน์เดินออกจากสนามด้วยสีหน้าไม่พอใจและเหมือนจะส่งสัญญาณบางอย่างไปทางกุนซือชาวอิตาลี ก่อนนั่งลงที่ม้านั่งสำรอง ซึ่งหลังจบเกมนาโปลีไม่สามารถตีเสมอได้ ส่งผลให้ทีมแชมป์เก่าพบกับความพ่ายแพ้ในลีกเป็นครั้งแรกของฤดูกาล
ในห้องแถลงข่าวหลังเกม คอนเต้ถูกถามถึงปฏิกิริยาของเดอ บรอยน์ เจ้าตัวตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมหวังว่าเขาจะไม่พอใจเพราะผลการแข่งขันมากกว่าตัวผม เพราะถ้าไม่ใช่แบบนั้น แปลว่าเขาหงุดหงิดผิดคนแล้ว” คอนเต้อธิบายเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนตัวครั้งนี้มีเหตุผลทางแท็กติก เขาต้องการเติมพลังสดใหม่เพื่อสู้กับแนวรับของมิลานที่ปิดพื้นที่แน่นหนา โดยเฉพาะการใช้ลุกก้าแทนฮอยลุนด์เพื่อหาความได้เปรียบในการเล่นลูกกลางอากาศ พร้อมย้ำว่า “ผมคิดว่าการเปลี่ยนตัวเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เดอ บรอยน์ถูกเปลี่ยนตัวตั้งแต่มาอยู่กับนาโปลี เพราะใน 6 เกมที่ลงเล่น เขาถูกถอดออกถึง 4 นัด โดยเหตุการณ์ที่น่าจดจำที่สุดคือเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เขาได้กลับไปเยือนถิ่นเก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทว่าเกมนั้นนาโปลีเหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ต้น ทำให้คอนเต้จำใจต้องถอดเดอ บรอยน์ออกตั้งแต่นาทีที่ 26 เพื่อปรับแท็กติก คอนเต้ในครั้งนั้นยังแสดงความเห็นใจลูกทีม โดยบอกว่า “ผมเสียใจแทนเขาที่พลาดโอกาสได้เล่นเจอสโมสรเก่า แต่ก็ไม่มีทางเลือกเพราะเกมมันเปลี่ยนไปหลังจากเราเหลือผู้เล่นน้อยกว่า” การย้ายมาอยู่กับนาโปลีของเดอ บรอยน์ในวัย 34 ปี ถือเป็นดีลสำคัญของทีม เนื่องจากเจ้าตัวเลือกปฏิเสธข้อเสนอจากทั้งสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบีย เพื่ออยู่เล่นในยุโรปต่อไป หลังจากหมดสัญญากับแมนฯ ซิตี้ที่เขาสร้างความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัย
แม้เดอ บรอยน์จะยังคงคุณภาพการเล่นที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เขาจะมีอารมณ์ไม่พอใจเมื่อต้องถูกเปลี่ยนตัวออก เพราะก่อนหน้านี้เคยมีการโต้เถียงกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ระหว่างเกมเสมอลิเวอร์พูล 1-1 ที่แอนฟิลด์มาแล้ว ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้นาโปลีหล่นไปอยู่อันดับสองของตารางด้วยผลต่างประตูได้เสีย โดยมีเอซี มิลานขึ้นนำเป็นจ่าฝูงแทน ขณะที่งานต่อไปของลูกทีมคอนเต้คือเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของสปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเรียกศรัทธาคืนมาอีกครั้ง

29 ก.ย. 2568, 23:04