มอยเซส ไกเซโด้ แยกทางเอเยนต์เก่า เตรียมตั้งทีมดูแลใหม่ หลังกลายเป็นกำลังหลักของเชลซี
มอยเซส ไกเซโด กองกลางของเชลซี กำลังจะอำลา มานูเอล เซียร์รา เอเยนต์ของเขา แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทีมชาติเอกวาดอร์ยังกล่าวอีกว่าเขาจะไม่ได้เป็นตัวแทนจากอาลี บารัต ตัวแทนจาก Epic Sports เซียร์ราจาก Football Division Worldwide และบารัตมีส่วนร่วมในการย้ายทีมของไกเซโด้จากไบรท์ตันด้วยค่าตัว 115ล้านปอนด์ในปี 2023 Daily Mail Sport เข้าใจสัญญาของเซียร่ากับไกเซโด้สิ้นสุดวันที่ 14 สิงหาคม นักเตะวัย 23 ปีรายนี้มอบอำนาจให้กับครอบครัวของเขาที่ได้แต่งตั้งทนายความด้านกีฬาเพื่อดูแลกิจการของเขาในอนาคต และเขาได้แสดงข้อสังเกตที่ชัดเจนในแถลงการณ์ที่ถูกลบไปแล้วว่า เขาได้ "แต่งตั้งคนที่เขาไว้วางใจได้" ไกเซโด้ผู้ปฏิเสธลิเวอร์พูลให้เข้าร่วมทีมเชลซี ได้สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเป็นหนึ่งในกองกลางที่มีผลงานดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เขาพลาดเกมกระชับมิตรของเอกวาดอร์กับสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกในช่วงเบรกทีมชาติครั้งนี้ เนื่องจากเขาเล่นได้ไม่ดีนัก และโค้ช เอ็นโซ มาเรสก้า ก็อยากให้เขาพักผ่อนและฟื้นตัว โพสต์บนหน้า Instagram อย่างเป็นทางการของ Caicedo ถูกโพสต์ แต่ถูกลบออกและไม่ได้ถูกแทนที่
อ่านว่า: "สตาร์ของสโมสรฟุตบอลเชลซี มอยเซส ไกเซโด้ แยกทางกันแล้ว และไม่ได้เป็นตัวแทนโดยอดีตเอเยนต์ของเขา มานูเอล เซียร์รา จาก Football Division Worldwide และเขาไม่ได้เป็นตัวแทนโดย อาลี บารัต จาก Epic
“สัญญาสิ้นสุดในวันที่ 14 สิงหาคม 2025 และตอนนี้นักเตะได้แต่งตั้งคนที่เขาไว้ใจได้แล้ว”
กรณีของมอยเซส ไกเซโด้ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในโลกของฟุตบอลสมัยใหม่ โดยเฉพาะในประเด็นของ “การจัดการสิทธิ์ของนักเตะ” และ “การควบคุมภาพลักษณ์อาชีพ” หลังจากที่เขาแจ้งเกิดเต็มตัวในพรีเมียร์ลีกและกลายเป็นนักเตะค่าตัวสูงสุดของเชลซี ไกเซโด้เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการมีทีมบริหารที่ไว้ใจได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับเอเยนต์เก่าและหันมามอบอำนาจให้ครอบครัวเป็นผู้ดูแลโดยตรง
การตัดสินใจของไกเซโด้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึงความต้องการควบคุมทิศทางอาชีพด้วยตนเอง ในขณะที่หลายคนอาจมองว่าเป็นความเสี่ยง แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือสัญญาณของความมั่นใจและความเป็นผู้ใหญ่ของนักเตะวัยเพียง 23 ปี ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ของตนเอง
ในมุมของเชลซี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลโดยตรงต่อสถานะของเขาในทีม ภายใต้การคุมทีมของเอ็นโซ มาเรสก้า ไกเซโด้ยังคงเป็นหัวใจในแดนกลาง และได้รับการยกย่องว่ามีบทบาทสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวในเบื้องหลังเช่นนี้อาจส่งผลต่อการเจรจาทางการตลาดและการต่อสัญญาในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปจับตาอย่างใกล้ชิด
โดยรวมแล้ว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจาก “นักเตะดาวรุ่ง” สู่ “มืออาชีพระดับโลก” ของไกเซโด้ เขาไม่เพียงเติบโตในสนาม แต่ยังเริ่มเข้าใจโลกของฟุตบอลนอกสนามที่เต็มไปด้วยการต่อรอง ผลประโยชน์ และอิทธิพลรอบข้าง การเลือกเดินบนเส้นทางที่มีครอบครัวและที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ อาจเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เขารักษาสมาธิและเดินหน้าสู่จุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้งต่อไป

14 ต.ค. 2568, 12:29