คำตัดสิน 7 คำของแกรี่ เนวิลล์ สะท้อนทุกอย่างหลังอาร์เซน่อลตามตีเสมอแมนซิตี้
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กลายเป็นฮีโร่ อาร์เซน่อล หลังยิงประตูตีเสมอในนาทีที่ 93 ช่วยให้ทีมบุกไปแบ่งแต้มจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ 1-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดดราม่า แต่สำหรับ แกรี่ เนวิลล์ อดีตแข้งแมนยูและกูรูฟุตบอลชื่อดัง มองว่าประตูนี้กลับกลายเป็นผลดีต่อ “ลิเวอร์พูล” คู่แข่งแย่งแชมป์มากที่สุด
เกมนี้ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ยิงให้แมนฯ ซิตี้นำตั้งแต่ต้นเกม จากจังหวะโต้กลับเร็วที่ ติจานี่ เรย์นเดอร์ส จ่ายทะลุสุดงาม ก่อนที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเลือกเล่นเกมรับเพื่อรักษาสกอร์ แต่ความพยายามไม่สำเร็จ เมื่อช่วงทดเวลาเจ็บ เอเบเรชี่ เอเซ จ่ายให้มาร์ติเนลลี่หลุดไปชิพข้าม จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ตุงตาข่าย ส่งเสียงเชียร์กระหึ่มเอมิเรตส์
เนวิลล์ ให้ความเห็นผ่าน Sky Sports ว่า:
“กวาร์ดิโอล่ายกไหล่ เขาตัดสินใจตั้งแต่ 25-30 นาทีสุดท้ายแล้วว่าจะเล่นอย่างไร และเกือบทำสำเร็จ ต้องชมอาร์เซน่อล, เอเซ และมาร์ติเนลลี่ที่ทำได้ยอดเยี่ยมในตอนจบ แต่แมนซิตี้คงผิดหวัง เกมนี้เป็นเหมือนศึกที่สูสีและตึงเครียด ซึ่งสุดท้ายอาจไม่เป็นผลดีกับทั้งสองทีม แต่ลิเวอร์พูลอาจเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ที่สุดจากผลการแข่งขันนี้”
ด้าน ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่ สลอต ยังคงฟอร์มร้อนแรง เก็บชัยชนะ 5 นัดรวด หลังล่าสุดเฉือนเอฟเวอร์ตัน 2-1 ในเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ ทำให้มี 15 คะแนนเต็ม ทิ้งห่างอาร์เซน่อลและสเปอร์สที่มี 10 แต้มอยู่ 5 คะแนน
ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ฟอร์มสะดุดต่อเนื่อง เก็บได้เพียง 7 แต้มจาก 5 เกม รั้งอันดับ 9 ของตาราง และแพ้ไปแล้ว 2 นัดต่อสเปอร์สและไบรท์ตัน เกมนี้ยิ่งเพิ่มความผิดหวังเมื่อโดนตีเสมอท้ายเกม
ดีแคลน ไรซ์ กองกลางอาร์เซน่อล กล่าวชื่นชมมาร์ติเนลลี่ที่รับบท “ซูเปอร์ซับ” ตามแท็กติกของมิเกล อาร์เตต้า แต่ก็ยอมรับว่าซิตี้เองเปลี่ยนสไตล์ไปจากที่เคย:
“ผมรู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดในสนาม เพราะเราครองบอลได้มาก แต่พวกเขาก็รับเหนียวแน่น เรารู้ว่าครึ่งหลังต้องบุกมากขึ้น และต้นครึ่งหลังก็สร้างโอกาสได้ 2-3 ครั้ง สิ่งที่ต่างออกไปคือ ซิตี้เปลี่ยนมาเล่นหลัง 5 ซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อน แสดงว่าพวกเขาพยายามรักษาสกอร์ และสุดท้ายเราก็ลงโทษได้สำเร็จ”

22 ก.ย. 2568, 13:22